พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย



  ........ศาสตราจารย์ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล หมายเหตุบรรณาธิการ บทนิพนธ์เรื่อง "ข้อเท็จจริงพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย" ของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล เรื่องนี้ พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือธุรกิจก้าวหน้า (ฉบับที่ ๒๒ เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๓) ต่อมาพิมพ์รวมเล่มในหนังสือชื่อ มรดกไทย เหตุที่ขอมาพิมพ์ซ้ำอีกก็เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ให้ผู้สนใจสืบค้น ค้นคว้าต่อไป

........สมเด็จพระสุริโยทัย ทรงเป็นวีรสตรีของไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ได้เสด็จติดตามพระราชสวามีสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา โดยแต่งกายปลอมแปลงพระองค์เป็นชายออกรบกับพม่า ตามพงศาวดารได้กล่าวว่า พระเจ้าแปรซึ่งครองเมืองแปรของพม่า ได้ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาร่วมกับพระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชเวตี้ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงออกมารับศึกด้วยพระองค์เอง และขณะชนช้างกับพระเจ้าแปรนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเกิดเพลี่ยงพล้ำเสียทีแก่พระเจ้าแปร สมเด็จพระสุริโยทัยทอดพระเนตรเห็น จึงทรงไสช้างเข้าไปขวางและทรงช่วยเหลือพระราชสวามีไว้ได้ แต่พระองค์เองต้องสิ้นพระชนม์ในสนามรบ ครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิสามารถนำพระศพสมเด็จพระสุริโยทัยกลับเข้ามาในพระนครศรีอยุธยาได้ และเมื่อกองทัพพม่าถอยกลับไปแล้ว ก็ได้โปรดให้พระราชทานเพลิงพระศพที่ในสวนหลวงซึ่งคงเป็นที่โปรดเสด็จประพาสของพระองค์ หลังจากนั้นได้โปรดให้สร้างวัดขึ้นที่นั่น ชื่อวัดสวนหลวงสบสวรรค์ คุณหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ ซึ่งเคยเป็นภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและเคยรับราชการใกล้ชิดสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เคยเล่าให้ฟังว่า เจดีย์องค์ใหญ่ซึ่งเป็นเจดีย์ไม้สิบสอง คือย่อมุมเป็น ๓ มุม แต่ละทิศที่เราเห็นอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วไม่ใช่เจดีย์องค์เดิมที่บรรจุพระอัฐิสมเด็จพระสุริโยทัย กล่าวคือเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าแล้ว วัดสวนหลวงสบสวรรค์กลายเป็นวัดร้าง ต่อมาในระยะหลังได้กลายมาเป็นค่ายทหาร เจดีย์หลายองค์ที่มีอยู่เป็นอุปสรรคต่อการซ้อมยิงปืนของทหาร ทางทหารจึงได้แจ้งไปยังกรุงเทพฯ เพื่อขออนุญาตรื้อเจดีย์ทิ้งเสีย ทางกรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก็อนุญาตให้รื้อได้แต่ขอให้คงพระเจดีย์ที่บรรจุพระอัฐิสมเด็จพระสุริโยทัยไว้ ทหารจึงได้จัดการรื้อเจดีย์องค์อื่นออกหมด เหลือไว้แต่พระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุด คือพระเจดีย์ไม้สิบสองที่เราเห็นในปัจจุบัน

 
  ........คุณหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ บอกว่าถ้าอยากรู้ความจริงให้ไปดูในหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐฯ เพราะมีคำนำของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเขียนไว้ว่าให้ข้อความที่ถูกต้องแน่นอนกว่าพงศาวดารฉบับอื่นๆ และข้อความในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ ก็ได้ระบุไว้ว่า เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จออกไปรับศึกในครั้งนั้น พระอัครมเหสี คือสมเด็จพระสุริโยทัยกับพระราชบุตรีได้ตามเสด็จออกไปด้วย โดยทรงแต่งองค์เป็นชายทั้งคู่ และก็สิ้นพระชนม์ในสนามรบทั้งคู่เช่นกัน คุณหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์เล่าว่า ที่วัดสวนหลวงสบสวรรค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนที่ทหารจะรื้อพระเจดีย์ลง มีเจดีย์ทรงกลมแฝด ๒ องค์ ซึ่งคงสร้างสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เป็นสมัยกลางของอยุธยา เชื่อว่าเจดีย์ไม้สิบสองยังไม่เกิด เจดีย์ไม้สิบสองเพิ่งมาเกิดในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง คือสมัยอยุธยาตอนปลายแล้วนั่นเอง ดังนั้นเข้าใจว่าเจดีย์ทรงกลมแฝด ๒ องค์ จึงน่าจะเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระอัฐิสมเด็จพระสุริโยทัยองค์หนึ่งและพระราชบุตรีที่สิ้นพระชนม์อีกองค์หนึ่ง แต่ด้วยเหตุที่ทหารในยุคนั้นไม่เข้าใจ และพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ เพิ่งมาค้นพบในช่วงปลายรัชกาลที่ ๕ แล้ว เจดีย์ทรงกลมทั้ง ๒ องค์จึงถูกรื้อทิ้งไป นอกจากนี้แล้วยังมีอีกท่านหนึ่งชื่อ อุ้ย ซึ่งทำงานอยู่กับพระยาโบราณราชธานินทร์ ซึ่งเป็นสมุหเทศาภิบาลที่พระนครศรีอยุธยาเป็นผู้ที่รู้เรื่องราวอยุธยาเป็นอย่างดี ก็ยืนยันว่าเรื่องนี้ถูกต้อง จึงเชื่อว่าพระเจดีย์ศรีสุริโยทัยองค์ที่เป็นไม้สิบสองที่เห็นในปัจจุบัน ไม่ใช่พระเจดีย์สร้างในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร คือ ศาสตราจารย์ ดร.สันติ เล็กสุขุม ได้ทำการค้นคว้าทางด้านวิวัฒนาการของศิลปะ และผลออกมาว่า เจดีย์ไม้สิบสององค์นี้ มีมาแล้วตั้งแต่สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ดังนั้น ขณะนี้จึงไม่ทราบแน่ว่า เจดีย์องค์ใหญ่ไม้สิบสองที่เห็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระสุริโยทัยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนตัวแล้วมีความเห็นว่า ไม่ว่าเจดีย์องค์ใหญ่ไม้สิบสองที่เห็นอยู่ทุกวันนี้จะเป็นองค์พระเจดีย์ที่บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระสุริโยทัยหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะถึงอย่างไรเสียสมเด็จพระสุริโยทัยก็ทรงเป็นวีรสตรีของชาวไทยอยู่นั่นเอง เมื่อเร็วๆ นี้ กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะและขุดค้นภายในพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย ปรากฏว่าได้ค้นพบพระธาตุของพระอรหันต์เป็นจำนวนมากใส่ผอบไว้ แต่ไม่พบพระอัฐิของสมเด็จพระสุริโยทัย
...............................................................................................................

ศิลปวัฒนธรรม ฉบับที่ 262 วันที่ 1 สิงหาคม 2544

 


ขอเชิญท่านแสดงความคิดเห็นได้บนเว็บบอร์ดครับ

 


Bandhit Press
e-mail : webmaster@bandhit.com